Back to Top


            รับผู้จบ ม. 6 ที่มีพื้นฐานทั้งวิทย์และศิลป์ (ถ้าพื้นฐานไม่พอ เรียนเสริมเพิ่มได้) ต้องเรียนเก่งไหม ก็เป็นธรรมดาของการเรียนเป็นแพทย์ ไม่ว่าเป็นแพทย์ระบบไหนก็ควรต้องเรียนดีตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับความอดทนและขยันหมั่นเพียร มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย มีจิตอาสาและจิตบริการสาธารณะ เพราะต้องเป็นแพทย์ด้วยหัวใจมนุษย์
     

            เป็นหลักสูตรแพทย์แผนไทยบัณฑิต (พท.บ.) ที่ต้องเรียนไม่น้อยกว่า 4 ปี แต่มีเนื้อหาวิชาเทียบได้กับ 6 ปี (ประมาณ 160 หน่วยกิต) จึงต้องเรียนถึง 11 ภาคเรียนปกติ (ซึ่งต้องเรียนถึงปีละ 3 ภาคเรียน ๆ ละ 15 สัปดาห์) จึงทำให้บัณฑิตแพทย์แผนไทยของ STAM มีทักษะความชำนาญสูง ความรู้แน่น มีฝีมือในการรักษาโรคที่รับประกันได้ จึงเป็นที่ต้องการของคลินิก/สถานพยาบาล/โรงพยาบาลที่ต้องการใช้การแพทย์แผนไทยเป็นทางเลือกในการรักษาคนไข้ โดยเฉพาะผู้ป่วย อัมพฤษ-อัมพาต ติดขัดเฉพาะที่โดยไม่ต้องผ่าตัด หรือรักษาโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง ริดสีดวงทวารหนัก และโรคสะเก็ตเงิน เป็นต้น เพื่อเป็นทางเลือกแก่คนไข้ เพราะสามารถรักษาได้ดีกว่า ง่ายกว่า และถูกกว่า

 

            หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต (พท.บ.) ของ STAM เป็นหลักสูตรที่ สกอ. รับรองมาตรฐานวิชาการ กพ.รับรองและกำหนดตำแหน่งให้เป็น “แพทย์แผนไทย” (Thai Traditional Medical Doctor / TM.D.) และสภาการแพทย์แผนไทยรับรองมาตรฐานวิชาชีพ คือจบแล้วมีสิทธิ์สอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยพร้อมกันถึง 4 สาขา (4 ใบ) ได้แก่ สาขาเวชกรรมไทย สาขาเภสัชกรรมไทย สาขานวดไทยบำบัด และสาขาผดุงครรภ์ไทย ดังนั้นการเรียนจึงต้องประกอบด้วยวิชาการศึกษาทั่วไปตามเกณฑ์บังคับของ สกอ. วิชาพื้นฐานวิชาชีพ ได้แก่ วิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Pre-Clinic) และบางวิชาของการแพทย์แผนปัจจุบัน คู่ขนานกับวิชาพุทธศาสตร์การแพทย์ มานุษยวิทยาการแพทย์ และสังคมวัฒนธรรมการแพทย์ 

 

            สำหรับวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านยา เรียนตั้งแต่รู้จักพันธุ์พืชสมุนไพร การตรวจสอบสายพันธุ์ การคัดเลือกพันธุ์ การเพาะพันธุ์ขยายพันธุ์ การผลิตวัตถุดิบสมุนไพร (พืชวัตถุ สัตว์วัตถุ ธาตุวัตถุ) การจัดตำรับยา การตั้งยาปรุงยา การแปรรูปยา การผลิตและการควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยาสมุนไพร เทคโนโลยีการผลิตยาสมุนไพร การตลาดและการประกอบการอุตสาหกรรมยาสมุนไพร เป็นต้น

 




            ส่วนวิชาชีพด้านคลินิก เรียนตั้งแต่ ประวัติและทฤษฎีการแพทย์ไทย สมุฏฐานโรค (ทฤษฎีพุทธศาสตร์การแพทย์) การตรวจและวินิจฉัยโรค การพยากรณ์โรค การฝึกทักษะการรักษาโรคด้วยมือและอุปกรณ์ (หัตถบำบัด) การฝึกทักษะการรักษาโรคด้วยตำรับยาแผนไทย การปฐมพยาบาล การดูแลคนไข้ฉุกเฉิน การส่งต่อคนไข้ การดูแลผู้ป่วยใน การดูแลผู้สูงวัย การดูแลครรภ์ การเตรียมคลอด การทำคลอด การดูแลแม่และเด็กหลังคลอด ตลอดจนการบริหารจัดการสถานพยาบาลเป็นต้น

 



 

           การฝึกประสบการณ์วิชาชีพเพื่อให้เป็นแพทย์แผนไทยที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและจริยธรรมที่เชี่ยวชาญการรักษาโรคเรื้อรังด้วยจิตใจของความเป็นมนุษย์ ถือเป็นหัวใจสำคัญขั้นสุดท้ายในกระบวนการเรียนการสอนของ STAM จึงต้องมี “สถานพยาบาลการแพทย์แผนไทยและศูนย์การแพทย์ผู้สูงวัย (สพ.พท.&ศพ.สว.)” เป็นต้นแบบของตนเอง โดยการเป็นแม่ข่ายร่วมกับคลินิกชุมชนของ เทศบาลและอบต. ที่เป็นลูกข่าย คอยส่งต่อคนไข้จากคลินิกชุมชน เมื่อรักษาจนทุเลาก็จะส่งกลับไปดูแลต่อที่ชุมชน (Home-Based) นอกจากนั้นยังร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ให้การรักษาคนไข้ผู้ต้องขัง เป็นการขัดเกลาเมตตาจิตของนักศึกษาแพทย์แผนไทยฝึกหัดต่อผู้ด้อยโอกาสได้เป็นอย่างดี รวมทั้งร่วมมือกับเครือข่ายการฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับโรงพยาบาลเฉพาะทางในประเทศ เช่นโรงพยาบาลมะเร็ง และโรงพยาบาลการแพทย์ทางเลือกในต่างประเทศ เช่น ในจีน ภูฐาน เวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า ไต้หวัน และเกาหลี เป็นต้น